3 ความสัมพันธ์ท่ามกลางความหลากหลายของดริปเปอร์
3 ความสัมพันธ์ท่ามกลางความหลากหลายของดริปเปอร์
.
'ดริปเปอร์ (Dripper)' อุปกรณ์หลักที่สำคัญสำหรับคอกาแฟที่ชื่นชอบวิธีการชงกาแฟแบบดริป (Pour over coffee brewing) และประเด็นคำถามที่ตามมาอยู่ตลอดสำหรับการชงกาแฟแนวนี้ก็คือ ดริปเปอร์รูปทรงไหน ? วัสดุอะไร ? ชงกาแฟได้อร่อยบ้าง ?
.
คำตอบคือ ไม่มีคำตอบที่ตายตัว (อีกเช่นเคย)
.
อย่างที่เราบอกอยู่เสมอ ไม่ว่าดริปเปอร์จะผลิตมาขนาดเท่าไร วัสดุหรือรูปทรงแบบไหนไม่ได้ความว่า เราจะชงกาแฟออกมาอร่อยหรือไม่อร่อย มันอยู่ที่เทคนิคการชงที่เลือกใช้นั้นเหมาะสมกับกาแฟตัวนั้นหรือไม่ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ดื่มหรือไม่ เพราะหากให้ตัดสินนั้นคงเป็นไปได้ยากเพราะแต่ละแบรนด์อุปกรณ์ก็มีข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต่างกัน แม้จะเป็นดริปเปอร์รูปทรงเดียวกัน (อาทิ เรื่องเส้นร่องน้ำ ขนาดรูปน้ำที่ไหลผ่าน จำนวนรูที่ไม่เท่ากัน)
.
วันนี้เลยจะเล่าเรื่องนี้ให้เห็นภาพกันง่าย ๆ เพราะเชื่อว่าหลายคนทรงทราบกันดีอยู่แล้ว เราจะใช้การแบ่งดริปเปอร์เป็น 3 คู่ความสัมพันธ์หลัก ๆ
.
.
ขนาดของดริปเปอร์โดยทั่วไปตามท้องตลาดจะมีอยู่ 2 ขนาดหลัก ๆ คือ 1-2 cups และ 2-4 cups ถามต่อว่า เรื่องนี้สำคัญอย่างไรต่อการชงกาแฟ ? จากประสบการณ์ที่เคยเจอมากับตัวเองก็คือ เมื่อเราเลือกขนาดของดริปเปอร์ให้เหมาะสมกับปริมาณกาแฟที่เราใช้ หน้าตัดและพื้นที่ผิวของกาแฟก็จะสัมพันธ์กับการชงของเรา การรินน้ำก็จะง่ายขึ้น การสกัดก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
.
สมมติว่าเราชงกาแฟครั้งละ 1 แก้ว เราใช้กาแฟที่ 20 กรัม ในดริปเปอร์ขนาด 1-2 cups หน้าตัดของกาแฟก็จะกว้างขึ้น ดริปง่ายขึ้นนั่นเอง แอดเคยชงกาแฟ 20 กรัม กับดริปเปอร์ 2-4 cups รู้สึกว่ายากตรงที่กาแฟยังไม่มากพอที่จะมีระดับหน้าตัดที่กว้าง ทำให้การรินน้ำในจุดที่เราต้องการนั้นยากกว่าใช้ดริปเปอร์ขนาด 1-2 cups
.
.
ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู: จะเป็นทรงที่เน้นการแช่สกัดกาแฟ ทำให้ได้ character ที่หวาน เนื้อสัมผัสที่มากหน่อย นุ่มนวล และไม่เปรี้ยวมากนัก
.
ทรงกรวย (V60): ช่วยให้กาแฟมีรสชาติที่ละมุน มีมิติมากยิ่งขึ้น ดึงความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติกาแฟได้ชัด ช่วยให้ผู้ดื่มพบเจอและแยกแยะกลิ่นกับรสชาติของกาแฟได้ดีขึ้น
.
ทรงกระบอกตูดตัด: ก่อนจะรินน้ำเริ่มการดริป เราจะเห็นว่าความเรียบเนียนของกาแฟบดที่ใส่ลงไปในดริปเปอร์ทรงนี้ทำให้เรารินน้ำและควบคุมสกัด กาแฟได้ง่ายขึ้น ดริปเปอร์ทรงนี้เก็บอุณหภูมิได้ดีและเป็นทรงที่เน้นการแช่สกัด ให้กาแฟที่มีความ balance รสชาติกลมกล่อม
.
.
เซรามิค: กักเก็บความร้อนได้ดีที่สุด ให้กาแฟที่มีความ balance นุ่มนวล ดื่มง่าย ชู character กาแฟตัวนั้น ๆ ได้ดี
.
แก้ว: การกักเก็บความร้อนใกล้เคียงกับเซรามิคมากทำให้ได้กาแฟที่มีเอกลักษณ์ใกล้เคียงกัน ชู character กาแฟตัวนั้น ๆ ได้ดี ละมุน และมีความสมดุลทางรสชาติในระดับดี
.
พลาสติก: แม้ว่าจะราคาถูกกว่ามาก แต่ด้วยความที่มีความเป็นฉนวนกันความร้อนทำให้พลาสติกสามารถกักเก็บความร้อนได้ดีเลยทีเดียว น้ำกาแฟที่ได้จะมีกลิ่นและรสชาติที่ชัดเจน และให้ความซับซ้อนของรสชาติของกาแฟอีกด้วย
.
สแตนเลส: แม้ว่าจะเก็บความร้อนได้ไม่ดีนัก แต่การนำความร้อนที่ดีกว่าทำให้กาแฟมีรสชาติที่จัดจ้านและบอดี้หนักแน่นมากขึ้น
.
นอกเหนือจากนี้เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เพราะโพสต์เดียวน่าจะสั้นเกินไป มาถึงตรงนี้แล้วก็รู้เลยว่า ทำไมต้องมีดริปเปอร์หลายชิ้น หลายรูปแบบแม้ว่าจะดื่มกาแฟแค่ครั้งละ 1 แก้ว


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น